แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผ้ายืด cotton-semi32 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผ้ายืด cotton-semi32 แสดงบทความทั้งหมด

ผ้ายืดK32สีตก สีไม่ตก?

เริ่มปีไหม่มานี้ ลูกค้าของร้านK32 ขายเสื้อดีกันทั่วหน้าผ้ายืดสีดำ ขาว ของร้านเราส่งแทบไม่ทัน วันนี้มาคุยกันเรื่อง

สีตกหรือไม่ของผ้ายืด เรากันดีกว่า

ผ้ายืดของโรงงานเราจะย้อมที่โรงงานย้อมผ้าที่มีคูณภาพมาตรฐาน
การย้อมแต่ละครั้งคุณภาพของผ้าจะไม่แตกต่างกันเท่าไร

และทุกครั้งที่ย้อมเข้ามาทางเราก็จะเทส แบบที่โรงงานย้อมผ้ายืด
บอกไห้ทำการเทสดูว่าสีตกแค่ไหน ถ้าสีออกมามากเกิน ข้อกำหนด
ที่ตกลงกันไว้ทางเราก็จะส่งกลับไปไห้โรงงายย้อมผ้าทำการซ่อม
ผ้ายืดที่สีตกเกิน ในแต่ละล็อต

ภาพข้างล่างบอก ว่าสีที่ย้อมมานั้นสีตกเกิน%ที่รับได้หรือไม่
เทสสีตก4เทสสีตก3
เราจะเทศสีตก โดยการ นำชิ้นผ้ายืดของแต่ละล็อตที่ย้อมออกมา
ไปแช่ในน้ำที่ต้มเดือดนาน5นาที แล้วผสมน้ำยา N70+ผงซักฟอกวิทยา
ทิ้งไว้12ชม แล้วดูสีที่ออกมาจากน้ำในแก้วน้ำ
ถ้าสีที่ออกมามากตั้งแต่แรก หรือ ชมแรก ถือว่าไม่ผ่านมาตรฐานที่กำหนด
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือการทดสอบของเราเองที่เช็ค คุณภาพของสีว่าตกหรือไม่?
เพื่อไห้เกิดความมั่นใจกับลูกค้าของเราที่มาซื้อผ้ายืด ว่าสีของเรามีสภาพ
เจือจางแค่ไหนต่อการซัก

***ในกรณีที่ลูกค้าซื้อผ้ายืด เพื่อตัดเย็บส่งออกนั้น ต้องนำผ้ายืดไปผ่านแลปเทสเผื่อ
ผ่านเกณฑ์ ไห้ได้ใบcertification นั้นต้องผ่านการยอ้มแบบพิเศษ ซึ่งนั้นก็ต้องเพิ่มค่าย้อมเป็นแบบพิเศษด้วย****

สั่งผ้ายืดโทร เจ้เจน096-5656429 LINE ID : kcotton32_jane

สั่งซื้อมากว่า 5 พับขึ้นไปโทรขอราคาพิเศษได้นะคร่ะ


เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/

ราคาผ้ายืดปลายปี 2556

ผ้ายืด K32ต้อนรับปีไหม่ที่กำลังจะมาถึง 

ร้านขายผ้าผืด Kcotton ขายผ้ายืด K32 ราคาดังนี้
สีขาว กิโลละ 175 บาท
สีอ่อน           185 บาท
สีกลาง           195 บาท
สีแก่              210 บาท


ผ้ายืด K 32 เป็นผ้ายืดชนิดพิเศษที่
ทางโรงงานทอผ้ายืด Kcotton32 ได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อลูกค้าของเรา
เท่านั้น ผ้ายืด K32 เป็นผ้ายืด 100% cotton ใช้เสื้อด้ายใยยาว ไม่ขึ้นขน
เส้นด้ายที่ดีทำไห้ผ้ามีเนื้อ บวกกับกระบวนการผลิตของเรา ทำไห้
ผ้ายืด ไม่หด ไม่ย้วย


ผ้ายืด K32 ที่ร้านของเราได้นำมาโชว์เป็นสีที่เราได้ มีของหมุนเวียนอยู่ตลอด
ไกล้จะปีไหม่ละ จะเข้าสู่
ช่วงเทศกาล แลกเปลี่ยนของขวัญ
บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานราชการ และกลุ่ม กิจกรรม กลุ่มเพื่อนเก่าและอื่นๆ
ส่วนมากจะทำของที่ระลึก และ หนึ่งในนั้นก็คือ เสื้อยืด ประจำกลุ่มกิจ บริษัท
ห้างร้าน และก็หนีไม่พ้น ที่จะต้องใช้ ผ้ายืด,
สั่งซื้อผ้ายืด  โทรสอบถามรา และ ขอราคาพิเศษได้ที่


เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/

ผ้ายืด K32

ผ้ายืด K32 คือผ้ายืดที่ ทางเราร้าน Kcotton32 ภููมิใจนำเสนอไห้กับลูกค้าทุกท่าน
ผ้ายืด K32 เป็นผ้ายืด cotton 100% เกรด semi แท้ เส้นใยของผ้าฝ้าย มีลักษณะเป็นเส้นใยยาว
ทอด้วยเครื่องทอผ้ายืด single jersey  หน้าผ้า 36 นิ้ว
ทำไห้ ผ้ายืดมีความนุ่มนวลเมื่อได้สวมใส่ เบาสบาย ไม่ร้อน ด้วยการทอที่เป็นเอกลักษณ์ของ
โรงงานทอผ้ายืด Kcotton32 ทำไห้นำหนักผ้ายืด(กรัม/sm2) มีความเหมาะสม ต่อหน้าผ้า
ดังนั้น ผ้ายืดที่นำไปตัดเสื้อยืด จะไม่หดตัวมาก ผ้ายืดจะมีสปริงในตัวนิดๆ
เป็นผ้ายืดที่เหมาะสมกับตลาดบ้านเราเป็นอย่างดี
ผ้ายืด เดือน11.23
ผ้ายืด เดือน11.22










เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  

เสื้อยืดสวยๆ พิมพ์ลายเท่ห์ ใช้ผ้ายืด32

ผ้ายืด Kcotton32 ผ้ายืดหน้าเดียวของ
ร้านขายผ้ายืด Kcotton32 


เอามาตัดเย็บเสื้อยืด สวยๆได้แบบนี้
ผลงานทีสวยๆแบบนี้ต้อง ขอขอบคุณ ลูกค้าประจำของเรา ร้าน meRubbit

เสื้อยืดR9 3 เสื้อยืดR9 2
เสื้อยืดcircle 1 เสื้อยืดsimple2

เสื้อยืดสวยๆ ต้องผลิตจากผ้ายืดสวยๆ มีคุณภาพที่ดี ผ่านการตัดเย็บด้วยการใส่ใจ
ผ้ายืด cotton 32 ของทางร้าน Kcotton32 ราคาไม่แพง สนใจสั่งซื้อผ้ายืด ติดต่อ เจ้เจน
081-6197868    088-2752798 ทุกัวน เวลา 8.00- 18.00
ตัวอย่างผ้ายืดจาก ร้านขายผ้ายืด Kcotton32


ผ้ายืดสวยๆ ร้านขายผ้ายืดKcotton32


ติดต่อโรงทอผ้า เจ้เจน




เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  



ราคาผ้ายืด กำลังจะขึ้น

เรียนลูกค้าทุกท่าน ของร้านผ้ายืด Kcotton32 ครับ 


เนื่องจากสภาพราคาเส้นด้าย cotton 32 ทางท้องตลาดกำลังอยู่ในขาขึ้น
แต่เรายังมีเส้นด้าย lot เก่าค้างอยู่ไม่มากนัก จึงอยากจะไห้ลูกค้าประจำทุกท่าน
รีบจอง ก่อนที่เส้นด้าย lot นี้จะหมดไปแล้ว ราคาผ้ายืดจะขึ้นแน่นนอนครับ
เส้นด้ายทอผ้ายืด4.1 OrganicCotton1

ราคาสินค้า ผ้ายืดKcotton 32 lot ไหม่กำลังจะขึ้น ภายใน เดือน 9/56
จึงเรียนมาเพื่อทราบ ครับ

ผ้ายืดผ้าดิบ1.1 ผ้ายืดพร้อมส่ง6.1
สั่งจองผ้าผืด ราคาเก่าได้ที่เจ้ เจนเลยครับ
081-6197868   088-2752798

ก่อนปรับราคาเร็วๆๆนี้นะครับ

ผ้ายืดราคาถูก สั่งได้เลย







เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  

ผ้ายืดร้านKcotton32ทำเสื้อยืดสวย


ผ้ายืด ผ้ายืดหน้าเดียว หรือผ้า single jersey



ทำเสื้อสวยๆมีราคา ขอขอบคุณเสื้อสวยๆจากร้าน meRubbit
นี่คืดผ้ายืดที่ลูกค้าประจำของเราซื้อไปทำเสื้อยืดขาย ที่สวนจุตจักรครับ ดูแล้วช่วยกันอุดหนุนเสื้อยืดไปใส่
ด้วยนะครับ เสื้อที่ลูกค้าซื้อไปใส่แล้วบอกว่าผ้านุ่มใส่สบาย ชอบมาก เสื้อแบรน์ดเนม ของคนไทย
สนใจติดต่อซื้อเสื้อยืด ร้าน meRubbit
086-3653944 และ 081-5819229
ขาวsuper ขาวR9
ขี้ม้าchallenge ขี้ม้าberger
ผ้ายืดสวยๆๆแบบนี้ เป็นผ้ายืด cotton 32 หน้ากว้าง 36 นิ้ว  1พับ ลูกค้าบอกว่าตัดเสื้อ
โดยเฉลี่ย 110-120 ตัว ราคาผ้ายืด เริ่มสีขาวกิโลละ 175 อ่อน 185 กลาง 195 แก่ 205
สนใจซื้อผ้ายืดสวยๆๆจากเรา ผ้ายืด ราคาถูก ติดต่อ

ติอต้อร้านขายผ้ายืด Kcotton32











เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  


เวลาให้บริการ (Business hour)
โทรสอบถามได้ในเวลา
จันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 9.00 – 17.00 น
เสาร์ – อาทิตย์ ช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น
Email : riverjrpn@gmail.com
ตอบอีเมล์ทุกๆ วันภายใน 24 ชั่วโมง

รวบรวม ความเข้าใจเรื่องผ้ายืดทำเสื้อโปโล

เสื้อโปโล ที่เราๆ ซื้อกันอยู่ท้องตลาดนั้น มันมีกี่ราย กี่แบบ
และบางตัวที่เราซื้อมาทำไมผ้าหนา บางไม่เท่ากันนะ
ซักแล้วความยาวหดเอาหดเอา แต่มันดันกว้างออกไปจนกลายเป็นเสื้อคนอ้วน

ส่วนลายที่เสื้อโปโลนั้นก็แตกต่างกัน ยี่ห้อนั้นก็ลายเล็ก อีกยี่ห้อนึงก็ลายไหญ่ๆ
เนื้อผ้าก็แตกต่างกันไป

           เสื้อโปโลสีชมพู    เสื้อโปโลสีเขียว   เสื้อโปโลสีส้ม

แล้วถ้าเราจะซื้อผ้ายืดไปทำเสื้อโปโล ขายสัก 50-100 ตัวละ จะทำอย่างไรดี?
บทความนี้ ผมได้รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้ผลิตเสื้อและตัวผมเองที่เคยผลิตเสื้อโปโลเอามาแชร์กันครับ สำหรับลูกค้าที่กำลังคิด จะผลิตเสื้อโปโลไปขาย หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อท่านผู้ซื้อไม่มากฏ็น้อยนะครับ

เริ่มต้นเราต้องมี ตัวอย่างเสื้อโปโลสวยๆๆ ที่เราชอบ เอามาทำเป็นต้นแบบ จากนั้นก็ไปเลือกผ้ากันนะครับ ผ้ายืดสำหรับทำเสื้อโปโลนั้น จัดอยู่ในประเภทเครื่องทอหน้าเดียว
แต่เราเอาไปเป็นลายต่างๆ ดังที่เราเห็นในท้องตลาด เช่นลาย ปีเก้ จูตี่ ลาคลอส คาเนโกะ
แต่ละลายก็สวยต่างกันไปตามสไตร์ของเสื้อโปโลที่เราต้องการ ทีนี้เราจะเอาลายอะไรละ?

ผ้ายืดโปโลสีเขียว    ผ้ายืดโปโลสีเขียวอ่อน


ลายผ้านั้น ขึ้นอยู่กับความชอบ และดีไซน์ของผู้ผลิต เรื่องนี้ ผู้ที่จะผลิตเสื้อยืดควรเข้าไปเลือกลายผ้าที่โรงงานทอผ้ายืด ซึ่งทางโรงงานเราก็มีบริการเรื่องออกแบบลายผ้าไห้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

เพิ่มเติมนะครับ เวลาที่เราเข้าไปเลือกลายผ้าที่โรงงานทอผ้า เราควรดูเนื้อผ้า ความนุ่มและการคืนตัวของผ้า หลังจากที่เราดึงผ้าออกทั้งด้านกว้างและยาว (%หดตัวของเนื้อผ้า) อันนี้สำคัญ เพราะถ้าผ้าที่ดึงออกไปแล้วมีอาการย้วย ไม่ควรซื้อนะครับ
คุณจะมีปัญหาตามมาในเรื่อง ผ้าหด เวลาซัก แต่กลับยืดออกไปทางด้านกว้าง


ตามความคิดเห็นและประสบการณ์ที่ผ่านมา ควรใช้ผ้ายืดที่มีส่วนผสมของ cotton และ poly เพื่อช่วยในการควบคุม % หดของเนื้อผ้า แถมผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใย poly จะช่วยไห้เสื้อโปโลของคุณมีความเงางามเพิ่มขึ้น แนะนำนะครับ ผ้า CVC 60/40 ที่เคยใช้จากโรงงานทอผ้ายืด Kcotton32
ทดสอบ %หดตัวของเนื้อผ้าหลังจากซักแล้วไม่เคยเกิน ครึ่งนึ้ว


เมื่อเราได้ผ้า และลายผ้าที่เราต้องการแล้ว อันดับต่อไป อะไหล่ของเสื้อโปโลที่เราจะขาดมิได้ ก็คือปก และขอบแขน ขอบแขนนั้นขึ้นอยู่กับ ดีไซน์ของแต่ละท่าน
ส่วนเรื่องราคาท้องตลาดของปก จะอยู่ประมาณ โหลละ 75 บวกลบอยู่ไม่กี่บาท ตามความสามรถในการต่อลอง เอาตัวอย่างรูป ปก และขอบแขนมาไห้ดูครับ

 ปกเสื้อโปโลรวมสี2
ปกเสื้อโปโลสีแดง ปกเสื้อโปโลสีแดง2

หลังจากได้ผ้า ปกและขอบแขน ก็นำไปตัดเย็บ แล้วนำมาจัดจำหน่ายได้แล้วนะครับ
ท้ายสุด ขอไห้ทุกท่าน ซื้อผ้ายืด ปก และ ขอบแขน ได้ตรงตามความต้องการของท่านนะครับ
ขายดีขายดี ของหมดไวไว แล้วช่วยกันอุดหนุน
 ร้านขายผ้ายืด Kcotton32 เจ้เจน

โทรสอบถามราคา และดูตัวอย่างลายผ้า ปก และขอบแขนได้นะครับ

ขายผ้ายืด เจ้เจน









เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  

ผ้ายืดของฉันมันเป็น Semi comb หรือ Dummy comb กันแน่ ?

  บังเอิญเพื่อนส่งบทความดีดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับสภาพการค้าขายผ้าในตลาด ซึ่งจะพบเห็นอยู่บ่อยๆๆว่า ทำไมผ้าร้านนั้น ราคาถูกกว่าร้านเทอ ทั้งที่เป็นผ้า Semi-Comb เหมือนกัน แต่แล้วพอได้ลองใช้ไปก็พบกับ

ปัญหาซึ่งตามมาเนื้องจากวัตถุที่นำมาใช้ในการผลิตต่างกัน ราคาก็ต้องต่างกันเป็นธรรมดา

ของถูกและดีมีแต่ต้องค่อยๆๆหานะครับ ท่านผู้ซื้อทั้งหลาย


ขอขบคุณบทความที่ดีจาก ttistextiledigest ด้วยครับ

ช่วงเดือนกันยายน 2554 ข่าวคราวเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพมหานครที่บางแห่งติดตั้งกล้องหลอก หรือเรียกว่ากล้อง Dummy  เป็นข่าวที่ครึกโครมดังมากและเป็นกระแสกลบเกลื่อนข่าวทุกๆ เรื่อง
จนกระทั่งล่วงเลยเข้ามาถึงเดือน ตุลาคม โดนข่าวเรื่องน้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ บดบังเรื่องดังกล่าวเงียบไปถนัดใจ ผู้เขียนนึกถึงเรื่องนี้พอดีจึงขอถ่ายทอดประสบการณ์การผลิตเส้นด้าย Semi comb ซึ่งมีเค้าโครงบางอย่างเหมือนกับกล้อง Dummy ขอเรียกเป็นภาษาไทยโดยเรียบเคียงให้ใกล้เคียงกันและขอเรียกว่า “คอมหลอกลวง” โดยขอถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ผ่าน TTIS Textile Digest+ ฉบับนี้ ถ้าใช้คำพูดที่รุนแรงและทำให้โรงงานปั่นด้ายบางโรงไม่สบายใจต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ แต่สิ่งที่ผู้เขียนตั้งใจถ่ายทอดผ่านผู้อ่านเป็นเรื่องจริงที่มีการปฏิบัติกันเฉพาะบางโรงงานเท่านั้น ขอยืนยันว่าเฉพาะบางโรงงานเท่านั้น โดยใช้เทคนิควิธีการบางอย่างเพื่อผลิตเส้นด้ายออกมาโดยไม่ให้ผู้ใช้ได้ล่วงรู้เลย
Semi_comb_001
ในอดีตช่วงระหว่างปี พ.ศ.2529-2533 นับว่าเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ในสมัยนั้นถือได้ว่าอยู่ในระดับ Top Ten แรงงานภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอมีมากกว่าสองล้านคน จึงถือว่าเศรษฐกิจในยุคนั้นอยู่ในช่วงเฟื่องฟูสุดขีด หนึ่งในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สร้างรายได้ให้กับโรงงานปั่นด้าย ก็คือ การผลิตเส้นด้ายหวีร้อยเปอร์เซ็นต์ (Full comb yarn) ออกมา เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าทางด้านเสื้อผ้า หรือ แฟชั่นสิ่งทอ
กระบวนการผลิตเส้นด้ายหวี หมายถึง การนำเส้นใยฝ้าย ที่มีความยาวตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป ผ่านกระบวนการปั่นด้ายทุกขั้นตอน ตั้งแต่เครื่องผสมเส้นใยฝ้าย (Blowing Room) เครื่องสางใย (Cording Machine) เครื่องเตรียมการหวี (Hi Lap)หรือเครื่อง Super Lap (อาจใช้เครื่อง Sliver Lap และ Ribbon Lap) เครื่องหวีฝ้าย (Combing Machine) เครื่องรีดปุย (Drawing Machine) เครื่องปั่นสอง (Roving Machine) เครื่องปั่นสาม (Ring Spinning Machine) และเครื่องกรอด้าย (Winding Machine) ในช่วงนี้เองมีโรงงานปั่นด้ายเกิดขึ้นมากมายมีทั้งโรงงานขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็ก จำนวนแกนปั่นด้ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวต่างชาติได้ขยายกิจการโรงงานเข้ามาเปิดในประเทศไทยเป็นจำนวนมากหลังจากนั้นไม่นานประมาณปี พ.ศ.2535 อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเริ่มซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง ความอยู่รอดของโรงงานปั่นด้ายถือเป็นภารกิจที่สำคัญของแต่ละโรงงานที่ต้องต่อสู้กันอย่างรุนแรงเพื่อความอยู่รอด กลยุทธ์หรือวิธีการต่างๆ ถูกงัดออกมาใช้เพื่อชิงความได้เปรียบ หนึ่งในกลยุทธ์นั้น คือการคิดค้นกระบวนการผลิตเส้นด้ายแบบ Semi comb ออกมาขายให้กับลูกค้า เส้นด้ายชนิดนี้เป็นการผสมผสานกันของกระบวนการผลิตแบบเส้นด้ายสาง (Carded Yarn) และเส้นด้ายหวี (Combed yarn) มาผสมกันในอัตราส่วนที่พอเหมาะเพื่อให้ได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพดีกว่าเส้นได้สางแต่ด้อยกว่าเส้นด้ายหวี ซึ่งจะขออธิบายกระบวนการผลิตในลำดับต่อไป ในความเป็นจริงเส้นด้าย Semi comb มีการผลิตกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยที่ผู้เขียนเริ่มเข้าสู่วงการสิ่งทอใหม่ๆ โดยใช้อัตราส่วนผสมของเส้นด้ายสางในอัตราส่วนประมาณ 50-80% โดยใช้กรรมวิธีการผลิตเหมือนกับการปั่นด้ายหวีทุกประการ เพียงเพิ่มเทคนิคบางอย่างเข้าไปในระหว่างการผลิต
Semi_comb_002

กระบวนการปั่นด้าย Semi comb ส่วนใหญ่มักจะผลิตที่กระบวนการปั่นด้ายแบบวงแหวน (Ring spinning) ไม่นิยมทำที่กระบวนการปั่นด้ายปลายเปิด หรือ โออี (Open-end Spinning) การผลิตเริ่มจากการนำวัตถุดิบประเภทเส้นใยฝ้ายผ่านกระบวนการปั่นด้ายหวี และด้ายสาง ตามอัตราส่วนที่ต้องการ จริงๆ แล้ว คำว่า Semi หมายถึง กึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่ง นั่นหมายถึง การผสมกันของเส้นด้ายสางและเส้นด้ายหวี ตามอัตราส่วนที่เท่ากันคือ 50% ต่อ 50% แต่ด้วยกลวิธีของโรงงานปั่นด้ายมักจะใช้วิธีการที่ผิดแปลกไปจากที่ได้กล่าวมาเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปเส้นด้ายหวีจะใช้เส้นใยฝ้ายที่มีความยาวและมีคุณภาพดี นั่นหมายถึง มีต้นทุนสูงกว่าเส้นด้ายสางที่ใช้ใยฝ้ายที่มีความยาวน้อยกว่าและคุณภาพต่ำกว่า ดังที่ได้พบเห็นบางโรงงานใช้อัตราส่วนที่ต่ำกว่า 50% ต่อ 50% นั้นหมายถึง อาจกำหนดอัตราส่วนเท่าใดก็ได้ โดยให้อัตราส่วนของเส้นใยฝ้ายสางมากกว่าเส้นใยฝ้ายหวี ซึ่งเท่ากับการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงนั่นเอง โดยมีวิธีการผลิตดังนี้
กรณีการผลิตเส้นด้ายหวีเริ่มจากการนำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาวมากกว่า 1นิ้ว ขึ้นไปผ่านเข้าเครื่องผสมเส้นใย (Blowing Room) เครื่องสางใย (Carding) เครื่องรีดปุย (Drawing) เครื่องเตรียมการหวี (Hi lap or Super lap) และเครื่องหวี (Combing) เพื่อเตรียมสไลเวอร์ (Sliver) ที่ออกมาจากเครื่องหวี
กรณีการผลิตเส้นด้ายสางเริ่มจากการนำเส้นใยที่มีความยาวตั้งแต่ 1 นิ้ว ถึง 1 นิ้ว ป้อนเข้าเครื่องผสมเส้นใย เครื่องสางใย เพื่อเตรียมสไลเวอร์ (Sliver) ที่ออกมาจากเครื่องสางใย ต่อจากนั้นนำสไลเวอร์จากกระบวนการปั่นด้ายหวี ที่เครื่องหวี (Combing) มาผสมกับสไลเวอร์ที่ได้จากกระบวนการปั่นด้ายสางที่เครื่องสางใย (Carding) ในอัตราส่วนตามที่ผู้ผลิตต้องการ เช่น กรณีตัวอย่างที่ผู้เขียนขอยกขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา โดยกำหนดให้สไลเวอร์ ที่ได้จากเครื่อง Combing และสไลเวอร์ที่ได้จากเครื่อง Carding แต่ละเส้นมีน้ำหนักเท่ากัน คือ น้ำหนักทั้งสองชนิดหนักประมาณ 340 เกรน ต่อความยาว 6 หลา เท่ากันนำมาผสมกันที่เครื่องรีดปุยครั้งที่ 1 ที่หลังเครื่องกำหนดให้ต้องป้อน Silver จำนวน 8 เส้น เพื่อลดขนาด (Drafting) ออกมาที่หน้าเครื่องเพียงเส้นเดียวดังตัวอย่างต่อไปนี้
กรณีที่ 1 ถ้าต้องการให้ได้ Semi comb ที่แท้จริงนั่นหมายถึง ต้องการส่วนผสมของสไลเวอร์จากเครื่อง Combing 50% และ สไลเวอร์จากเครื่อง Carding 50% อัตราส่วนผสมของเส้นใยทั้งสองเมื่อป้อนเข้าเครื่องรีดปุยครั้งที่ 1 ต้องใช้ Sliver จากเครื่อง Combing 4 เส้น ผสมกับ Sliver ที่เครื่อง Carding 4 เส้น ก็จะได้ Semi comb แท้จริงคืออัตราส่วน 50% ต่อ 50% กรณีเช่นนี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
กรณีที่ 2 ถ้าต้องการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง ก็อาจใช้ Sliver ที่ได้จากหลังเครื่อง Combing จำนวน 3 เส้น ผสมกับ Sliver ที่ได้จากเครื่อง Carding จำนวน 5 เส้น นั่นหมายถึง ใช้ส่วนผสมจากเครื่อง Combing 37.5% ผสมกับเครื่อง Carding 62.5% ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงกว่ากรณีที่ 1 และจะทำให้คุณภาพที่ได้ด้อยกว่ากรณีที่ 1 เช่นกัน
กรณีที่ 3 ถ้าต้องการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงอีก อาจใช้อัตราส่วนผสมของ Sliver จากเครื่อง Carding 2 เส้นผสมกับ Sliver จากเครื่อง Carding 6 เส้น ก็จะได้อัตราส่วนที่ได้จากเครื่อง Carding 75% นั่นหมายถึง ผู้ซื้อจะได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพต่ำกว่ากรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 เท่ากับฝ่ายผลิตได้ลดต้นทุนการผลิตลงไปอีกระดับหนึ่ง


กรณีที่ 4 อาจใช้อัตราส่วนผสมของ Sliver จากเครื่อง Combing 1 เส้น ผสมกับ Sliver จากเครื่องสางใย 7 เส้น นั่นหมายถึง ใช้อัตราส่วนของเครื่อง Combing 12.5% และอัตราส่วนของเครื่อง Carding 87.5% ในกรณีนี้จะได้คุณภาพของเส้นด้าย ด้อยกว่ากรณีที่ 3 และต้นทุนการผลิตก็จะต่ำกว่ากรณีที่ 3
Semi_comb_003
ดังตัวอย่างทั้ง 4 กรณีที่ได้ยกมาเทียบเคียงให้เห็นนั้น ผู้อ่านจะพบว่าทางโรงงานปั่นด้ายได้ใช้ยุทธวิธีการผลิตที่แยบยลโดยผู้ซื้อไม่สามารถทราบได้เลยว่าเส้นด้าย Semi combที่ซื้อมานั้นเป็นของแท้หรือเป็นของเทียม ลองเปรียบเทียบดูจากกรณีที่ 1จะพบว่าถ้าผู้ผลิตเลือกใช้วิธีการเช่นนี้ผู้ใช้จะได้เส้นด้ายที่เรียกว่า Semi comb ของแท้ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับผู้ใช้โดยตรง นั่นหมายถึง ผู้ใช้จะได้คุณภาพของเส้นด้ายที่ตนเองต้องการโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ขาย นั่นหมายถึง ผู้ซื้ออยู่ในระดับเสมอตัวเท่านั้น แต่ถ้าผู้ซื้อต้องการเส้นด้าย Semi comb ที่แท้จริง แต่ฝ่ายผลิตกลับเลือกใช้กระบวนการผลิตในกรณีที่ 2,3 และ 4 โดยฝ่ายผลิตอาจมีเทคนิควิธีการผลิตให้ได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพ ทั้งทางด้านความเหนียว (Strength) ความสม่ำเสมอ (Evennes) และขนาด (Yarn Count) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็จะทำให้ฝ่ายผลิตได้เปรียบผู้ซื้อทั้งในด้านต้นทุนการผลิต และคุณภาพที่ต่ำลงมาโดยที่ผู้ซื้อไม่สามารถรู้ได้เลยว่ากำลังถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ขายเท่ากับผู้ซื้อถูกมัดมือชก โดยไม่มีทางเลือกนั่นเอง
จะพบว่าการผลิตเส้นด้าย Semi comb ในกรณีที่ 1 นั่นผู้ใช้มีผลเท่ากับเสมอตัวเท่านั่นเอง แต่ถ้าถูกเลือกให้ใช้กรณีตัวอย่างที่ 2, 3 และ 4 มีผลเท่ากับผู้ซื้อมีแต่เสียกับเสียนั่นเอง ทั้ง 4 กรณีตัวอย่างเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ในปัจจุบันมียุทธวิธีแยบยลกว่าเดิม คือกรรมวิธีการผลิตเส้นด้าย Dummy comb หรือ คอมหลอกลวง ซึ่งจะขออธิบายในลำดับต่อไป
กระบวนการปั่นด้าย Full Comb เป็นกระบวนการปั่นด้ายฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ที่นำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาวตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไปผ่านเข้าเครื่องหวีฝ้าย (Combing) การผ่านเครื่องนี้เศษเส้นใยฝ้ายนี้เรียกว่า นอยส์ (Noils Comb) จะถูกกำจัดออกจากเครื่องหวีฝ้ายอีกประมาณ 15-25% นอกเหนือจากเศษฝ้ายที่ถูกกำจัดออกจากกระบวนการผสมเส้นใย (Blowing Room) เครื่องสางใย(Carding) เศษ Noils จะถูกกำจัดมากน้อยขึ้นอยู่กับเบอร์ด้ายที่ทำการผลิต เบอร์ด้ายยิ่งสูงมากเท่าไหร่ขนาดของเส้นด้ายจะเล็กลง และมีความละเอียดอ่อนมาก จะใช้เส้นใยฝ้ายที่มีความยาวมากและเศษเส้นใยฝ้ายจะถูกกำจัดออกมามากกว่าเส้นด้ายเบอร์ต่ำที่ใช้เส้นใยฝ้ายสั้นกว่า ดังนั้นกลุ่มผู้ผลิตเส้นด้าย Semi comb ทราบถึงเหตุผลในด้านนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้านำเอา Sliver จากเครื่อง Combing มาผสมกับ Sliver จากเครื่องสางใย จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว จากเหตุผลที่นำ Sliver จากเครื่อง Combing มาผสมต้องคำนึงถึงปริมาณของ Noils ที่ถูกกำจัดออกมา ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดในการผลิตที่จะไม่นำเอา Sliver จากเครื่อง Combing มาผสมโดยใช้ Sliver จากเครื่อง Carding มาใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วเรียกเส้นด้ายประเภทนี้ว่า Semi comb ซึ่งเป็นเทคนิควิธีการที่แยบยลมากทั้งๆ ที่ไม่ได้นำ Sliver จากเครื่อง Combing มาใช้เลย ผู้เขียนจึงขอเรียกกรรมวิธีการผลิตนี้ว่า Dummy comb
Dummy comb  หรือ คอมหลอกลวง เป็นชื่อที่ผู้เขียนตั้งขึ้นมาเองเป็นกรรมวิธีที่ผู้ผลิตนำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาว ตั้งแต่ 1 นิ้ว ขึ้นไปผ่านกระบวนการทำเส้นด้ายสาง (Carded yarn) โดยไม่ผ่านเครื่องหวีฝ้าย (Combing) โดยผ่านเข้าเครื่องผสมเส้นใย (Blowing Room) เครื่องสางใย (Carding) เครื่องรีดปุยฝ้าย 1 (Drawing 1) เครื่องรีดปุยฝ้าย 2 (Drawing 2) เครื่องปั่น 2 (Roving) เครื่องปั่น 3 (Ring spinning) และเครื่องกรอด้าย (Winding) กระบวนการผลิตต่างๆ เหล่านี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักปั่นด้าย ซึ่งเรียกว่าการปั่นด้ายสาง (Carded yarn) เพียงใช้เทคนิควิธีการนำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาวมากกว่าปกติมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยทั่วไปเส้นด้ายสาง (Carded yarn) หมายถึงเส้นด้ายตั้งแต่เบอร์ 32S ลงมาได้แก่ เส้นด้ายเบอร์ 32S ,20S, 10S ,7S เป็นต้น เส้นด้ายเหล่านี้มักนำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาวตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไปจนถึงความยาว 1นิ้ว มาผลิต ความยาวของเส้นใยฝ้ายจะเป็นตัวกำหนดขนาดของเส้นด้าย เส้นด้ายเบอร์สูงมากเท่าไหร่จะใช้ฝ้ายที่มีความยาวมากขึ้นเท่านั้น ถ้าสังเกตดูให้ดีก็จะพบว่า ความยาวฝ้ายสูงสุดของเส้นด้ายสางจะใช้ประมาณ 1 นิ้ว แต่ในกรณีที่ฝ่ายผลิตนำเทคนิควิธีการที่นำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาว ตั้งแต่ 1 นิ้ว ขึ้นไป มาผ่านกระบวนการปั่นด้ายสางแล้วเรียกเส้นด้ายตัวนี้ว่า Semi comb ซึ่งเป็นวิธีการที่แยบยลมากบางครั้งผู้ซื้อไม่มีโอกาสล่วงรู้ได้เลย เพราะความยาวฝ้ายจะเป็นตัวกำหนดความเหนียวและความสม่ำเสมอของเส้นด้ายแต่ละเบอร์ ยิ่งถ้าใช้ฝ้ายที่มีความยาวมากขึ้นมาผลิตเป็นเส้นด้ายจะทำให้มีความเหนียวและความสม่ำเสมอมากขึ้นดังนั้นเมื่อนำฝ้ายเหล่านี้มาทำก็จะได้เส้นด้ายที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเส้นด้ายสาง (Carded yarn) แต่ด้อยกว่า เส้นด้ายหวี (Combed yarn) ฝ่ายผลิตจึงใช้วิธีการนี้ผลิตเส้นด้ายออกมาจำหน่าย แล้วเรียกเส้นด้ายนี้ว่า Semi comb แต่ผู้เขียนขอเรียกเส้นด้ายนี้ว่า Dummy comb หรือ คอมหลอกลวง
การนำเส้นด้ายคอมหลอกลวงมาใช้อาจส่งผลกระทบให้สมบัติทางกายภาพในด้านต่างๆ ให้ต่ำลง 5 ประการดังต่อไปนี้
1. ความสม่ำเสมอ โดยธรรมชาติของ Dummy comb มักใช้เส้นใยฝ้ายที่มีความยาวตามเกณฑ์ของเส้นด้าย Full
Comb กล่าวคือ จะใช้เส้นใยที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้วขึ้นไป ด้วยความยาวขนาดนี้ช่วยให้เส้นด้ายที่ผลิตออกมีความสม่ำเสมอดี ในกรณีที่ผ่านกระบวนการหวี (Combing) เนื่องจากเส้นใยสั้น (Short Fiber) จะมีความยาวประมาณ  นิ้ว – 1 นิ้ว จะถูกกำจัดออกมาจากเครื่องประมาณ 15-25% เศษเส้นใยเหล่านี้คือ Comber noils ที่สามารถนำไปผสมกับเส้นใยฝ้ายในอัตราส่วนที่เหมาะสมเพื่อผลิตเส้นด้าย ฝ้ายเบอร์ต่ำๆ เช่นเบอร์ 16S-20S ได้ ดังนั้นกรณีใช้ทำ Dummy comb เศษเส้นใยเหล่านี้จะถูกปลอมปนเข้าไปสู่กระบวนการผลิตตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งผลิตออกมาเป็นเส้นด้าย เมื่อสังเกตุให้ดีจะพบว่ารอบบริเวณผิวรอบนอก จะปรากฏให้เห็นขนเส้นด้ายโผล่ออกมา (Hairiness) หรือเกิดการเรียงตัวของเส้นใยไม่เป็นระเบียบ ซึ่งโดยธรรมชาติเส้นใยเหล่านี้ควรเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงขนานกันอย่างมีระเบียบ ทำให้เส้นด้ายมีความสม่ำเสมอน้อยกว่าเส้นด้าย Semi comb และ Full Comb
2. ความสะอาด เศษเส้นใยฝ้ายที่เรียกว่า Comber noils จะมีความยาวน้อยมากไม่เหมาะสำหรับการทำเส้นด้าย Comb yarn แต่ถ้านำเทคนิควิธีการทำเส้นด้ายแบบ Dummy comb อาจทำให้เส้นใยสั้นส่วนหนึ่งถูกผสมปนกันเข้าไป และถ้าสังเกตดูให้ดี จะเห็นว่า Comber noils เหล่านี้ จะมีฝุ่นละอองและมี NEP ติดปนอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อไม่ได้ถูกกำจัดออกส่งผลกระทบต่อคุณภาพของเส้นด้ายมักทำให้เส้นด้ายขาดบ่อย ในขณะที่ผ่านเข้าเครื่องปั่นด้าย (Ring Spinning) หรือในกรณีที่เส้นด้ายไม่ขาดจะพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บนผิวรอบนอก

3. ความแข็งแรง Comber noils ที่ถูกกำจัดออกมาจากเครื่อง combing จะมีคุณภาพต่ำไม่สามารถนำไปผสมกับฝ้ายที่ทำเส้นด้าย Comb yarn แต่สามารถนำไปผสมกับฝ้ายที่ทำเส้นด้าย Cord yarn เบอร์ต่ำๆ ได้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ดังนั้นในกรณีของเส้นด้าย Dummy comb จะมี Noils ปะปนเข้าไปจำนวนหนึ่ง เมื่อปั่นเป็นเส้นด้ายการเรียงตัวของเส้นใยไม่เป็นระเบียบจะพันกันยุ่งเหยิง เมื่อพิจารณาในแง่มุมของการปั่นด้าย จะพบว่าเส้นด้าย Full Comb และ Semi Comb จะมีความแข็งแรงสูงกว่าเส้นด้าย Dummy comb

4. ปริมาณของขนในเส้นด้าย (Hairiness) เกิดขึ้นจากข้อจำกัดของกระบวนการผลิตเส้นด้ายใยสั้นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นผลมาจากการลอยตัวของเส้นใยฝ้ายในส่วนที่อยู่ด้านปลายเส้นใยที่ไม่ถูกจับยึดติดกันในขณะที่ผ่านการ drafting จากเครื่องรีดปุย (Drawing) เครื่องปั่นสอง (Roving) จึงมีโอกาสทีจะทำให้เกิดขนบนเส้นด้ายได้มากกว่า โดยเฉพาะการใช้เศษเส้นใยสั้นที่เรียกว่า Comber noils ผสมปนเข้าไปในกระบวนการผลิต Dummy comb เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันดูจะพบว่าเส้นด้าย Full Comb และ Semi comb จะมีขนบนเส้นด้ายน้อยกว่า Dummy comb

5. ต้นทุนการผลิต เหตุผลในข้อนี้ไม่มีผลต่อคุณภาพของเส้นด้าย แต่ในแง่ของปัจจัยการผลิตในด้านต้นทุนจะพบว่าเส้นด้าย Full Comb เป็นเส้นด้ายที่ใช้เส้นใยฝ้ายที่มีความยาวมากและมีปริมาณการสูญเสียโดยเฉพาะเส้นใยสั้นที่ถูกกำจัดออกมาจากกระบวนการผลิต จะมากกว่าปกติอยู่ประมาณ 15-25% ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงมาก กรณีเส้นด้าย Semi comb อัตราส่วนผสมส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเส้นใยฝ้าย Card yarn ที่มีปริมาณการสูญเสียจากกระบวนการผลิตประมาณ 10-15% ผสมกับเส้นใยฝ้ายจากเครื่อง combing บางส่วนที่มีปริมาณการสูญเสียอีก 15-25% นั่นหมายถึง ต้นทุนการผลิตของเส้นด้าย Semi comb จะต่ำกว่าเส้นด้าย Full comb แต่ในกรณีการผลิตเส้นด้าย Dummy comb ที่ใช้เทคนิควิธีการบางอย่างสอดใส่เข้าไปในกระบวนการผลิตเส้นด้ายจะมีปริมาณการสูญเสียของเศษเส้นใยฝ้ายประมาณ 10-15% เท่านั้น (จากกระบวนการผลิตเริ่มตั้งแต่เครื่อง Blowing Room เครื่อง Carding เครื่อง Drawing เครื่อง Roving เครื่อง Ring spinning) จากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าต้นทุนการผลิตของเส้นด้าย Dummy comb จะต่ำกว่า Semi Comb และ Full comb อย่างชัดเจน
เส้นด้าย Dummy comb หรือ คอมหลอกลวงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ผลิตได้นำเทคนิควิธีการทำเส้นด้ายออกมาเพื่อเลียนแบบ Semi Comb มาจำหน่ายให้กับลูกค้า โดยไม่มีอัตราส่วนผสมของ Cotton comber ซึ่งเมื่อนำฝ้ายผ่านเข้าเครื่อง Combing จะสูญเสียเศษเส้นใยฝ้ายที่เรียกว่า Comber noils อีกเป็นจำนวนมากทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงใช้เทคนิคโดยการนำเส้นใยฝ้ายที่มีความยาวตามเกณฑ์มาตรฐานในการทำเส้นด้าย Comb yarn ผ่านเข้าเครื่องสางใยเพียงอย่างเดียวโดยไม่ผ่านเครื่อง Combing แล้วนำไปผสมกันที่เครื่อง Drawing อีกประมาณ 2 ครั้งต่อเนื่องไปยังกระบวนการปั่นด้ายทุกขั้นตอนแล้วได้เส้นด้ายออกมาเรียกว่า Dummy comb กลยุทธ์แบบนี้ผู้ซื้อเส้นด้ายไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้เลย แต่ถ้าพิจารณาให้ดีในแง่คุณภาพที่ผู้เขียนได้อธิบายมาตามสมบัติทางกายภาพจะพบว่า Semi comb จะมีคุณภาพดีกว่า Dummy comb นั่นเอง
**รองศาสตราจารย์ บุญชัย  บุญธรรมติระวุฒิ อาจารย์ประจำสาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

สนใจสั่งซื้อผ้ายืดราคาถูก จากร้านขายผ้ายืด Kcotton32 ได้ที่











เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/  


แชร์ประสบการณ์ การซื้อผ้าทำเสื้อ lot ที่ผ่านมา

ประสบการณ์การซื้อผ้ายืดครั้งนี้เกิดขึ้นโดยตรงกับกระผมเองเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
เรื่องของเรื่องมันเกิดจากความมักง่ายของผมเอง ที่คิดว่าถ้าผ้าสีไหนขาดไปหาเอา
ดาบหน้า ตามแหล่งซื้อผ้ายืดวัดสน ที่มีหลายๆๆร้านค้า

ขอบแขนเทา
ผมก็ไปเลือกซื้อเพราะเสื้อ lot นี้ผมตั้งใจใช้สีซกคอ กับเสื้อต่างกัน
แต่ต้องใช้ซกคอ ถึง2สี คือ สีท๊อปดาย และ สีครีม และผ้าหล่อบุ้งที่ทำซก
ใจอยากจะทำเป็นหล่อบุ้ง 2*2 เหมือน กับเสื้อ Super dry
ที่เขาขายกันตัวละ 2 พันแต่หายากหลือเกินตามร้านขายผ้า
มีขายแต่ 1*1 และส่วนมากจะทำจากเส้นด้ายเบอร์ 32 และ 20 
เนื้อผ้าแต่ละร้านก็แตกต่างกันไปตอนนั้นบอกครงๆครับ งง แต่ละร้าน
เนื้อผ้าไม่เหมือนกัน บางร้านเป็นผ้าสต๊อกทั้งร้าน ถ้าซื้อพับนี้ไปใช้หมด
จะมาเอาไหม่คนขายบอกว่ามีพับเดียวในโลกเพราะเป็นผ้าตัดสต๊อก ตัดมาจากโรงงาน
สุดท้ายจึงเลือกซื้อผ้ายืดหล่อบุ้งที่สีตรงกับแบบที่เราออกไว้
โดยเลือกผ้ายืดหล่อบุ้ง 1*1เบอร์20 สีครีม ที่ร้านที่1 และสีท๊อปดายที่ร้านที่2

เนื้อผ้าไม่เหมือนกันเท่าไหร่ นี่คืดสิ่งที่ผมพลาด เพราะเวลานำมาเข้าแขนและคอ ปรากฏว่า
เสื้อที่ทำออกมาดูต่างกันอย่างสิ้นเชิง คืด หล่อบุ้งสีเทา จะดึงเนื้อผ้าเยอะ ไม่คืนตัว และตำแหน่งคอ
จะยิ่งเห็นรอยตะเข็บย่นชัดเจน ต่างกับผ้าหล่อบุ้งสีครีม คอดูเนียน ขอบแขนก็ดูเนียน ทำไห้ต้องเลาะ
ซ่อมและปรับจักรไหม่ แถมต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นในการเย็บ ไม่งั้นงานออกมาดูไม่จืดเลย
ขอบแขนเปรียบเทียบ   ซกคอครีม

ที่อยากจะแชร์หลังจากเอาเรื่องน่าสงสัยมาถามที่โรงงาน Kcotton32
คือการซื้อผ้ายืดนั้น เราควรจะมีความรู้เรื่องผ้ายืดด้วยหรือไม่ก็ต้องถาม ร้านค้าโรงงาน
ถ้าไม่แน่ใจไห้ถามผู้รู้ก่อน อย่าคิดว่าสวย พอใช้ได้ แต่ปํญหาตามที่หลัง จะทำไห้ท่านต้องเสียผ้า
หรือขายเสื้อ lot นั้นไม่ได้ตามเป็หมายที่วางไว้

ท้ายนี้ ก้ต้องขอขอบคุณ เจ้ เจน และทางโรงงาน Kcotton32 ที่ได้ไขความกระจ่าง ถ้ามีคำถามเรื่องผ้ายืด
สงสัยว่าจะใช้ผ้ายืดเนื้อไหน น้ำหนักผ้า หน้ากว้าง เท่าไร ติดต่ทางร้านได้


ติดต่อขายผ้ายืด ที่ เจ้เจน







เวลาให้บริการ (Business hour)
โทรสอบถามได้ในเวลา
จันทร์ – ศุกร์ ช่วงเวลา 9.00 – 17.00 น
เสาร์ – อาทิตย์ ช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น
Email : riverjrpn@gmail.com
ตอบอีเมล์ทุกๆ วันภายใน 24 ชั่วโมง

เครดิตข้อมูล : http://www.kcotton32.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/kcotton32 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :  http://cotton32.wordpress.com/    


Free Counter and Web Stats